ศูนย์ข่าว สยามปักษ์ใต้ออนไลน์Siam Pak Tai Online News CenterTrusted Digital News • All Platforms • Official Website0618919424
ผู้จัดการโครงการฯ แจงชัด ไม่รุกโบราณสถานเมืองสงขลา ยืนยันถือโฉนดถูกต้อง 11 แปลง มุ่งพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งวัฒนธรรมพหุวิถี–จุดเช็กอินท่องเที่ยวใหม่
สงขลา – ผู้จัดการโครงการวัฒนธรรมร่วมวิถีชีวิตและพหุวัฒนธรรมของสงขลา ชี้แจงกรณีข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนเขตโบราณสถานเมืองสงขลาเก่า ยืนยันมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนตรวจสอบหลักหมุดและโฉนดที่ดิน 11 แปลง ระบุไม่มีการบุกรุกโบราณสถานตามที่เป็นข่าว พร้อมตั้งเป้าพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและจุดเช็กอินส่งเสริมการท่องเที่ยว
วันนี้ (15 มีนาคม 2569) เวลา 09.00 น. ที่บริเวณโบราณสถานเมืองสงขลาเก่า หมู่ที่ 7 ตำบลหัวเขา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายเติบศักดิ์ บุญศิริ ผู้จัดการโครงการวัฒนธรรมร่วมวิถีชีวิตและพหุวัฒนธรรมของสงขลา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณติดกับป้อมหมายเลข 9 ได้นำผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับพื้นที่ดินที่ถูกกล่าวหาว่าทับซ้อนเขตโบราณสถาน
โดยนายเติบศักดิ์ ได้นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบหลักหมุดที่ดินและแนวเขตพื้นที่จริง พร้อมนำเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินจำนวน 11 แปลง มาแสดงเพื่อยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการถือครองโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีการบุกรุกพื้นที่โบราณสถานตามที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อย่างใด
ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้ปกคลุม ก่อนจะมีการปรับสภาพพื้นที่และถมดินบางส่วน รวมถึงการตั้งบ้านน็อคดาวน์ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายได้ตามความเหมาะสม โดยภายในบ้านมีการจัดแสดงภาพประวัติศาสตร์ของจังหวัดสงขลา รวมถึงภาพวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น ภาพวัวชนคู่ประวัติศาสตร์ของวงการวัวชน และภาพเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวใต้
ทั้งนี้ ภาพประวัติศาสตร์สำคัญที่นำมาจัดแสดง ได้แก่ เหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ.2502 ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2502 โดยทางจังหวัดได้จัดการแสดงมโนราห์และการชนวัวบริเวณหน้าอาคารสโมสรข้าราชการจังหวัดสงขลา (ปัจจุบันคือศูนย์ช่อลำดวน) ริมหาดสมิหลา เพื่อให้ทอดพระเนตรวิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวภาคใต้
นายเติบศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวมีแนวคิดที่จะพัฒนาให้เป็นพื้นที่แสดง “วัฒนธรรมร่วมวิถีชีวิตและพหุวัฒนธรรมของสงขลา” สะท้อนอัตลักษณ์ของสังคมพหุวัฒนธรรมที่ประกอบด้วยชุมชนไทยพุทธ มุสลิม และจีน รวมถึงประเพณี ศิลปะการแสดง และวิถีชีวิตท้องถิ่นของภาคใต้ พร้อมทั้งมีแนวคิดจัดสร้างประติมากรรมวัวชนเพื่อสื่อถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของพื้นที่
นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายพัฒนาให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ของจังหวัดสงขลา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมบริเวณป้อมหมายเลข 9 และโบราณสถานเมืองสงขลาเก่าเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคำสั่งจากหน่วยงานราชการที่ให้ระงับการดำเนินการบางส่วนเป็นการชั่วคราวนั้น ทางโครงการได้ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประการ
#ศูนย์ข่าว สยามปักษ์ใต้ออนไลน์
Siam Pak Tai Online News Center
Trusted Digital News • All Platforms • Official Website
0618919424
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น